กลิ่นตัวแม้เป็นปัญหาธรรมดาสามัญที่สาวๆ จะต้องคอยกำจัดอยู่เสมอ แต่สำหรับบางคนที่มีปัญหากลิ่นตัวแรง ซึ่งอาจได้รับผลมาจากปัจจัยแวดล้อมหลายอย่างทั้งระบบภายในและภายนอก โดยเฉพาะพื้นฐานทางกรรมพันธุ์ ทำให้สาวๆ รู้สึกขาดความมั่นในตัวเอง เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย ไม่ว่าจะอยู่ในยุคสมัยใด โดยเฉพาะต้นตอที่มาจากเชื้อแบคทีเรียที่ผสมกับเหงื่อ จนเกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่มาพร้อมกลิ่นอันไม่รัญจวนใจ และหากต้องเจอกับปัญหาแบบนี้กันอยู่บ่อยครั้ง ก็ยิ่งกลายเป็นผลเสียต่อบุคลิกของผู้หญิง ดังนั้นเราจึงมีเคล็ดลับกำจัดกลิ่นตัวอันไม่พึงประสงค์มาฝาก ให้สาวๆ กลับมาเฉิดฉายพร้อมผิวกายที่หอมหวานได้อีกครั้งค่ะ

ลดเมนูอาหารที่มีกลิ่นฉุน

อาหารรสจัด หรืออาหารที่มีกลิ่นแรง ส่วนมากจะมีส่วนผสมของเครื่องเทศแบบเข้มข้น เมื่อกินเข้าไปบ่อยเข้า ก็ทำให้กลิ่นอาหารเหล่านั้นแพร่ออกมาตามรูขุมขนพร้อมกับเหงื่อได้ โดยเฉพาะกลิ่นกระเทียม หอมแดง และผักที่มีกลิ่นฉุน ยิ่งสาวๆ ที่มีต่อมเหงื่อมาก ก็จะยิ่งทำให้กลิ่นตัวแรงเป็นพิเศษ ดังนั้นหากใครกินอาหารหนักเครื่องเทศแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง ก็ควรลดปริมาณลงมาสักหน่อย จะได้ช่วยให้ปัญหากลิ่นเหล่านี้ลดลงไป

ใช้สารส้มช่วยกำจัดกลิ่น

สารส้มเป็นตัวช่วยกำจัดกลิ่นที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่ในสมัยโบราณ และยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน เพราะสารส้มนี้มีคุณสมบัติช่วยกำจัดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีราคาไม่แพง สาวๆ ที่มีปัญหากลิ่นตัวแรง สามารถใช้สารส้มจุ่มน้ำให้เปียก แล้วทาเป็นวงกลมให้ทั่วผิวรักแร้ ตัวสารส้มจะเข้าไปกำจัดกลิ่นภายในต่อมเหงื่อได้โดยตรง จากนั้นรอให้ผิวแห้งสนิท ค่อยปิดทับด้วยผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายซ้ำไปอีกรอบ ก็จะระงับกลิ่นกายได้ยาวนานตลอดทั้งวันเลยทีเดียว

สครับผิวกายเพื่อกำจัดกลิ่น

สาวๆ ที่มีปัญหากลิ่นตัวแรงมาก จำเป็นต้องดูแลตั้งแต่เรื่องอาหาร ไปจนถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นที่เหมาะสม นอกจากนี้สิ่งสำคัญอีกอย่างคือการหมั่นสครับผิวกายบ้างสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ด้วยการใช้เกลือขัดผิว หรือมะขามเปียกผสมน้ำผึ้งและน้ำมะกรูดขั้นสด มาสครับให้ทั่วผิว โดยทาทิ้งไว้บริเวณใต้รักแร้เล็กน้อย ซึ่งสารสครับเหล่านี้จะเข้าไปช่วยกำจัดเชื้อโรคและสิ่งสกปรกภายในรูขุมขน ช่วยให้ผิวสะอาด แถมยังเป็นสูตรผิวขาว ที่ได้ประโยชน์ทั้งการลดกลิ่นตัว และทำให้ผิวดูมีออร่า เนียนสวยเพิ่มขึ้นมาด้วย

ด้วยสูตรการดูแลผิวเหล่านี้ จะช่วยให้สาวๆ สามารถลดปัญหาน่ากังวลใจกับกลิ่นตัวลงไปได้พอสมควร แม้จะไม่ได้ทำให้หายเป็นปลิดทิ้ง แต่ก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้มากขึ้น อย่างไรก็ตามใครที่มีกลิ่นตัวแรงมากจนอะไรก็ไม่สามารถป้องกันได้ อาจจะต้องลองหันไปปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพิ่มเติม เพื่อจะได้ช่วยหาทางออกที่เหมาะสมจากสาเหตุที่แท้จริงได้อีกทางหนึ่งค่ะ

Share.